จากสุราษฎร์แดนหอยใหญ่ สู่หัวหินถิ่นมีหอย 😊
ทริปนี้เป็นทริปที่มีการวางแผนเที่ยวไว้น้อยมาก หรือว่าจะโนแลพนเลยก็ว่าได้ รู้แค่ว่าจุดมุ่งหมายของทริปคือ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
เริ่มต้นทริปโดยนักศึกษาชั้นปีที่ 4 เทอม3 (อันนี้นจริงก็ปี 5 เทอม 1 นั้นแหละ) นัดรวมกลุ่มกันใน ม.ราชภัฏสุราษฏร์ เวลา 15.30 น. เพื่อมารอรถสองแถวไปยังตลาดเกษตร แล้วต่อรถไปยังสถานีรถไฟสุราษฏร์ธานี ระหว่างทางก็มีฝนตกลงมาปรอยๆตลอด (ถือว่าเป็นการเริ่มทริปที่ดี.....มั้ง??)
สภาพอากาศเมื่อมาถึงสถานีรถไฟสุราษฏร์ธานี
เมื่อถึงสถานีแล้วพวกผมก็ได้ทำการไปจองตั๋วไปสถานีหัวหิน ซึงได้ทำการเลือกจองรถขบวน 172 (สุไหงโกลก - กรุงเทพ) โดยเลือกชั้น 3 หารกันตกคนละประมาณ 235 บาท โดยรถจะมาถึงตอนเวลา 21.20
บรรยากาศในบริเวณสถานีรถไฟ
หลังจากพวกผมทำธุระส่วนกันเสร็จก็ได้มานั่งรอรถ รอแล้วรออีกประกฏว่ารถมาช้ากว่าเวลาประมาณครึ่งชั่วโมง
ระหว่างที่รอรถไฟมา
จนเวลา ประมาณ 22.10 รถไฟมาถึง พวกผมรีบคว้าเป้ไปขึ้นรถเมื่อขึ้นรถแล้วระวห่างที่กำลังหาที่นั่งได้มีปัญหากับผู้ดดยสารท่านอื่นที่มานั่งที่ ที่นั่งของพวกผม แต่ก็เคลียร์จบลงด้วยดี
สงสัยจะเพลีย
รถไฟขบวนนี้มีกำหนดถึงสถานีหัวหินเวลา 04.56 น. แตะหว่างทางได้มีการก่อสร้างรางรถไฟคู่ จึงทำให้รถไฟถึงสถานหีหัวหินช้ากว่ากำหนด
พวกผมถึงสถานีหัวหินเวลา 6.30 น. เป๊ะ!! บรรยากาศเมื่อถึงสถานีคือฝนตกเพิ่งแล้ง พอถึงสถานีแล้วทุกคนก็ได้จัดการทำธุระส่วนตัวกัน เสร็จแล้วตัดสินใจกันว่าจะไปหาโจ้กกินกัน เมื่อเดินออกมาจากสถานี จะมีร้านโจ้กอยู่ทางขวามือ ห่างจากสถานีไปไม่ถึง 50 เมตร
ที่นี่สถานีหัวหิน
ตำแหน่งสถานีหัวหินเมื่อมองจากร้านโจ้ก
โจ้กร้อนๆราคา 20 บาท อร่อยเกินคาด
เมื่อรองท้องกันเสร็จแล้วพวกผมได้เดินเท้าไปยังห้องพักที่ได้ทำการจองไว้ ที่นั้นคือ "Hua Hin Beach Hostel" พวกผมได้ทำการจองไว้ 2 คืน ราคา 2500 บาท + ค่ามัดจำกุญแค่ 300 บาท รวมทั้งหมด 2800
สามารถเช็คอินได้ตอน 11.00 น. แต่พวกผมมาเช้าไป คือเวลา ประมาณ 08.00 น.
สภาพของผู้เฝ้ารอ บวกกับอาการอ่อนเพลียจากการนั่งรถไฟ
แต่เข้าของที่พักก็ใจดีให้พวกผมเอาของไปไว้ที่ออฟิศก่อนได้ หลังจากที่นั่งรถกันมานาน พวกผมเลยตัดสินใจ เดินกันไปที่สะพานปลาซึงห่างจากที่พักไปประมาณ 800 เมตร
ที่สะพานปลาแห่งนี้แนะนำให้มาตอนเย็นๆ เพราะมีตลาดขายของกืิน มีโต๊ะไว้บริการสำหรับคนที่จะมานั่งจิบเบียร์หรือสั่งอาหารมากิน แต่ช่วงกลาวันก็ยังมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติแวะมาถ่ายรูปกันไม่ขาดสาย
อากาศก็ดี เพราะมือฝนเลยไม่ร้อน 555+
วิวทีนี้ก็ข๊าวขาว
หลังจากที่นั่งหลับที่สะพานปลามาสักพัก พวกเราก็ตัดสินใจกันว่าจะกลับไปนั่งรอห้องเปิด พอกลับไปถึงที่พัก เจ้าก็แกตงสงสารพวกเรา แกเลยให้พวกเราเข้าไปนอนพักในออฟฟิศของแก ผมหลับไปจนถึงเวลาประมาณ 10.30 น. ตพอตื่นขึ้นมาเจ้าของที่พักแกก็ชวนให้พวกเราไปกินข้าวซึ่งแกได้จัดทำไว้ให้ (ใจดีมากกกกก) จวนเวลา 11.00 น. พอดี แกก็เลยพาพวกผมไปที่ห้องพัก ห้องพักเป็นห้องพักที่มีเตียงลายโพนี่น่ารักซึ่งเหมาะสมกับชายฉกรรจ์แบบพวกเรา
สภาพห้องพักเมือพวกเรามาไม่ถึง 10 นาที
หลังจากมีที่นอนแล้ว พวกเราก็ได้นอนพักจนกระทั้งเวลาประมาณ 15.00 น. พวกเราก็ได้ตัดสินใจว่าจะเช่ารถ สรุปได้เช้ารถ 3 คน ตอนแรกค่าเช่าราคา 250 บาท คัน/วัน แต่พี่เค้าลดให้ เหลือคันละ 200 บาท คัน/วัน (ใจดีไปอี๊กกก)
หลังจากได้รถแล้วก็แว้นเที่ยวสิครับ โดยสถานที่แรกที่จะไปคือหาดหัวหิน โดยพวกเราได้ไปจอดรถที่ศาลเจ้าแม่กวนอิมหัวหิน ซึ่งอยู่ติดกับหาดหัวหินเลย
หาดหัวหินนี่บอกเลยว่าน่าเดินมาก เพราะทรายมีความละเอียดเดินแล้วฟินมาก
หาดขาวๆ
หลังจากที่เดินเล่มที่าดหัวหินเสร็จแล้วก็ตัดสิใจไปกินข้าวเย็นที่ แพไม้ ฟู้ดการ์เด้น
เสร็จจากกินอาการเย็นก็ไปต่อกันที่ตลาดนัดโต้รุ่งหัวหิน
เหมาะแก่คนอยากช็อป ต้องดูให้ดีนะครับของบางร้านถู๊กถูก บ้างร้านก็แพ๊งแพง
หลังจากนั้นก็กลับมาที่พัก อาบน้ำแล้วก็นอนหลับไปด้วยความเพลีย
จบวันที่ 1 ที่หัวหิน
เริ่มต้นวันที่ 2 หลังจากที่นอนหลับมาอย่างเต็มอิ่มทุกคนในกลุ่มได้จดการธุระส่วนตัวเสร็จเวลาประมาณ 9.30 น. เต้าของหอก็บอกให้ลงไปทานข้าวเช้า วันนี้เป็นใส้กรอกกับไข่ดาว หลังจากเสร็จจากกินข้าวเช้าแล้วสถานที่แรกที่จะไปวันนี้คือ "เพลินวาน" แน่นอนว่าไปหัวหิน ยังไงก็ต้องไปเพลินวาน
เพลินวานเป็นสถานที่ ที่จำลองตลาดในยุคเก่า มีร้านค้าและสินค้าแบบโบราณ ให้ชม ให้เลือกซื้อได้ ทั้งของเล่น และอาหารว่าง
ถือว่าเป็นสถานที่ที่น่ารักมากมากสำหรับ "เพลินวาน"
ต่อจากเพลินวานก็ไปต่อกันที่ "เวเนเซียหัวหิน" เวเนเซีย เป็นที่ชอปปิ้งแนว Outlet มีร้านค้า ร้านอาหาร และที่ถ่ายรูป โดย The Venezia Hua Hin สร้างสถานที่ให้มีบรรยากาศเหมือนยุโรป เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี มีคลองเวนิสจำลอง มีเรือกอนโดล่าพาย ตึก ร้านค้าในนี้ก็จะทาสีสดๆ ให้ดูตัดกันเป็น theme ของเมืองเวนิส ส่วนชื่อ “Venezia” นั้นเป็นชื่อภาษาอิตาเลียนของคำว่า “Venice”
ทางด้านสถาปัตยกรรมการออกแบบอาคารในแต่ละโซน จะมีรูปแบบสีสันที่แตกต่างกัน โดยล้อไปกับสถาปัตยกรรมในแต่ละเกาะของเมืองเวนิส ล้อมรอบด้วยการจัดวางภูมิทัศน์ที่งดงาม ประกอบด้วยสวนดอกไม้นานาพรรณ ลานน้ำพุ และงานประติมากรรมที่บ่งบอกความเป็นเวนิสอย่างแท้จริง
จบจากที่ เวเนเซีย หัวหิน แล้วพวกเราก็ข้ามฝากไปเที่ยวต่อที่ "อุทยานราชภักดิ์" แต่ระหว่างทางที่ไปนั้นก็ได้เกิดเหตุการ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นนั้นก็คือ ..... รถยางแบนจ้าาาาาา
จากน้ำหนักของเราก็สมควรอยู่หละ
โดนค่าเปลี่ยนยางไป 160 บาท OMG !!! ทำใมราคามันสูงขนาดนี้ อาจะเพราะเห็นว่าเราเป็นคนต่างถิ่นด้วยแหละมั้ง หลังจากที่เปลี่ยนยางเสร็จแล้ว ก็ไปกันต่อเลยที่อุทยานราชภักดิ์
ชมความยิ่งใหญ่ของพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบูรพกษัตริย์ 7 พระองค์ แห่งประเทศไทย
ก็อ้วนขนาดนี้ ยางไม่แบนได้ไง
หลังจากเสร็จที่อุทยานราชภักดิ์แล้วพวกเราก็เดินกลับทางมาซื้อตั่วที่สถานีรถไฟหัวหิน รอบนี้พวกเราได้เลือกเดินทางรถขบวน 167 กรุงเทพ - กันตัง ชั้น 2 หลังจากจองตัวเสร็จก็เดินทางกลับมาที่ห้องพัก เพื่อกลับมาพักผ่อนก่อนที่จะออกไปทำศึกใหญ่คือ ... หมูกระทะ นั้นเอง 555+ และพวกเราเดินทางไปที่ แพไม้ ฟู้ดการ์เด้น
ขอรองท้องก่อนไปกินหมูกระทะหน่อยนึง
จัดไปชุดใหญ่ ไฟกระพริบ
หลังจากที่ทำศึกใหญ่เสร็จแล้ว ก็เดินทางกลับ แต่กลัวกลางดึกหิวอีก ก็เลยจัดขนมมานิดหน่อย และคืนนั้นก็ได้ทำการตั้งวงคิดเลขกัน
ไม่นิดแล้วมั้ง??
จบวันที่ 2 ที่หัวหิน
เริ่มวันที่ 3 วันนี้ต้องกลับแล้วหรอ รู้สึกยังเที่ยวไม่เต็มอิ่มเลย เริ่มต้นวันแรกก็คงยังเหมือนเมื่อวาน กว่าจะจัดการธุระส่วนตัวเสร็จ ก็ล่อไปเกือบ 10 โมง วันนี้ทุกคนให้ความเห้นว่าจะไป "วัดห้วยมงคล" กัน หลังจากเช็คเอาท์เสร็จแล้วพวกเราก็นำสัมภาระไปฝากที่สถานีรถไฟหัวหิน (ค่าริการกระเป๋าใบละ 10 บาทเท่านั้น)
เอ้า..!! ออกเดินทางไปวัดหั้วยมงคลกันเลย

หลังจากนมัสการหลวงปู่ทวดเสร็จแล้ว พวกเราก็ไปกินข้าวพร้อมกับซื้อของฝาก เสร็จแล้วพวกเราก็ตกกลงกันว่าจะไป "ตลาดน้ำสามพันนาม" ซึงอยู่ห่างจากวัดห้วยมงคลไปประมาณ 15 กิโลเมิตรจากวัดห้วยมงคล เอ้า...!!! ออกเดินทางกันต่อเลย
ที่นี่ดูเงียบๆผิดปกตินะ อาจะเพราะเรามาในวันธรรมดาด้วยเลยไม่ค่อยเห้นนักท่องเที่ยว
หลังจากเดินเล่นที่ตลาดน้ำเสร้จเราก็นำรถมาคืนแล้วไปเดินช็อปต่อที่ "หัวหินช็อปปิ้งมอลล์" แล้วก็นำรถมอไซค์ไปคืน ส่วนเรื่องค่าซ่อมรถพี่เค้าก็ใจดีออกให้ 100 บาทแหนะ เสร็จแล้วเวลาเย็นพอดี ระหว่างรอรถไฟที่มา เวลา 22.34 น. พวกเ ราก็ได้ไปเดินช็อปต่อที่ตลาดโต่รุ่งหัวหินอีกเช่นเคย
เสร็จจากหาของกินเสร็จแล้วก็เดินทางมารอรถไฟที่สถานี ปรกฏว่ารถไฟเสียเวลา 1 ชั่วโมง
สรุปรถไฟมาถึงเกือบๆเที่ยงคืน จบวันที่ 3 ที่หัวหิน จากนั้นพวกเรานั่งรถมาถึงสุราษประมาณ 8 โมงกว่าๆ หลังจากนั้นก็นั่งรถพุนพิน - สุราษ กลับไปยังจลาดเกษตร แล้วต่อกลับกลับไปยัง ม.ราชภัฏสุราษฏร์


















































































ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น